2007/Aug/10

หาววววววววววววววววววววววววววววว

เฮ้ออออออออออออออออออออออออออ

บิดแขนไปทางซ้าย เหวี่ยงแขนไปทางขวาอีกนิด

น้ำตาไหลปริ่มอยู่ขอบตา เหมือนมันจะหยดลงมา แล้ว....มันก็หายไป

แต่ความขี้เกียจมันไม่ยักจะหายไปพร้อมรอยเหือดแห้งของหยดน้ำตาแหะ

กับบรรยากาศตอนสายๆๆ ที่กาแฟมันไม่ยอมออกฤทธิ์

สองตาของฉันมันช่างคิดถึงกันจนอยากจะมาบรรจบกันให้ได้

เง้อๆๆๆ มันช่างทรมานอะไรเช่นนี้ ((ไว้คิดถึงกันตอนอื่นได้ป่ะนี่))

ยิ่งงานที่ต้องการความละเอียดรอบคอบอย่าง บัญชี ด้วยแล้ว

อาการง่วงงาวหาวนอน ทำให้เป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง

เหมือนจะอ่านจากที่ไหนสักที่ว่า ถ้าไม่อยากให้ง่วงนอนให้กรอกตาไปมา

ฉันกรอกตาจนมันจะหลุดออกจากเบ้าตาแล้วมันก็ไม่หายสักทีให้ตายดิ

กาโล((กาแฟผสมไมโล))ที่เพิ่งกินไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย หรือว่าฉันจะดื้อกาแฟ O_o

เปิดเพลงฟังก็พอช่วยได้นิดหน่อย แต่....

...เพื่อนร่วมงานดูไม่ค่อยฟังเพลงแนวเดียวกับฉันสักเท่าไหร่ -*-

เลยดูเป็นว่า ฉันเป็นพวกแปลกแยก แหกคอก ฟังเพลงนอกกระแส

๕๕๕ นั้นแหละเป็นที่มาให้ฉันจมอยู่ในโลกส่วนตัวกับการงานที่แสนจะจำเจ

พูดถึงเรื่องงานแล้วละก็ นึกถึงหนังสือเล่มที่ตอนนี้เป็นเล่มโปรด ((เพราะอ่านยังไม่จบ))

วินทร์ เลียวลาริน เจ้าของคงามคิดที่กลั่นกรองออกมาเป็นหนังสือที่อยู่ในมือฉัน

รอยเท้าเล็กๆของเราเอง หนังสือที่คาดว่าจะซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้ตัวเอง

แต่ดันมีพี่ที่รู้จักซื้อตัดหน้ามาให้ก่อน ((ดีน่ะที่ไม่ซื้อชนกันน่ะ))

ความบังเอิญ เป็นอีกสิ่งหนึ่งในโลกที่ฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งมหัศจรรย์

เนื้อหาก็จะพูดเกี่ยวกับการแบ่งประเภทของงานว่า....

งานมีอยู่ 2 ประเภท งาน (Job) และ งาน (Career)

Job จะเป็นงานที่เราสักแต่ทำ ทำไปเพื่อรับค่าตอบแทนเป็นเงิน และความทุกข์ เป็นงานที่ทรมาน

ส่วน career เป็นงานในฝันรับค่าตอบแทนเป็นเงิน และ/หรือ ความสุข

ทรมานมักไม่มีอนาตค เพราะคนเรามักไม่เอาหัวใจใส่เข้าไปในงาน

ส่วนงานในฝันเกิดขึ้นได้ยากหากยังเห็นงานที่ทำเป็นงานทรมาน

หรือว่าเป็นทางผ่านสำหรับก้าวกระโดดไปสู่ที่ทำงานใหม่

เมื่อก่อนฉันเคยบ่นๆๆกับตัวเองแทบทุกวัน

ทำงานมากไปทำไม เดี๋ยวขาดทุน ...

เงินเดือนนิดเดียว เอางานอะไรมากมาย

เจ้านายโครตเอาเปรียบเลย

ใช้งานเป็นวัวเป็นควาย

แต่ตอนนี้พอมาลองคิดในมุมกลับ

เราทำ เราเองที่ได้ ทำงานหนักผลที่ตามมาก็คือ ประสบการณ์ ...

....ประสบการณ์ แม้มีเงินมากมาย แม้มีความรู้ท่วมหัว ก็ไม่สามารถซื้อหามาได้

ฉันกำลังพยายามทำงานของตัวเอง ให้เป็นงานในฝัน

ฉันกำลังมองในส่วนที่ไม่ดี ให้เป็นแรงผลักดัน

และเอามันมาเป็นแรงกระตุ้นให้กับตนเอง

สรรพสิ่งล้วนมีหน้าที่ของมัน เมฆให้ฝน ต้นไม้ให้อากาศ เราหายใจ แมลงผสมเกสร ฯลฯ

หากแต่ละคนทำหน้าที่ที่รับผิดชอบให้ดีที่สุด ก็มีส่วนในการขับเคลื่อนของโลก

พิมพ์ไปพิมพ์มา มีแรงในการทำงานซะงั้น

ฉันต้องไปทำหน้าที่ของฉันก่อนน่ะ เพราะเมื่อฉันทำหน้าที่ของฉันให้ดีแล้ว

ไม่แน่ บางทีประเทศชาติอาจจะดีขึ้นกว่านี้ก็นี้ ตึ่งโป๊ะ!!!

Ps.

- ตกลงยังไม่ไปสอบใบขับขี่ ก็ยังจอดชิดไม่ได้เลยง่าส์

- ฝนตกแทบทุกวัน หรือว่าเพราะว่าฟ้าฝนมันเป็นใจ ๕๕๕

- บ้านใหม่ยังไม่เข้าที่เลย และเช่นกัน ห้องก็ยังจัดไม่เรียบร้อย -*-

- เริ่มไม่แน่ใจอีกแล้ว ว่าตอนนี้ทำ Job หรือ career อยู่กันแน่

- ไม่ว่าจะเป็นอะไร แต่ฉันก็จะทำมันให้ดีที่สุดก็แล้วกันเนอะ สู้ๆๆ นิภาพร

Comment

Comment:

Tweet


ให้ใส่ใจในงาน เรียนรู้ว่า งานมันให้อะไรเรามากกว่า "เหนื่อยกับรายได้"
แล้วมุมมองก็เปลี่ยนไป.. แล้ว ใช่ป่ะคะ

เวลาที่เราทำงานอย่างมีความสุข คือ มองมากกว่า แค่เงิน
มันทำให้วันนั้นทั้งวัน มีกำลังใจขึ้นเยอะ จริงๆเนาะ
ของขวัญแม่ให้ไปแล้ว 10 วันที่แล้ว เสื้อสีเหลืองเหมือนเดิม
ทีแรกทำหน้าบึ้ง จะโดนด่าแล้วสิ เลยบอกว่าซื้อให้วันแม่
แต่ให้ใส่ก่อนไง เจ๊แกชอบติดใจหลาย

ม๊า วันนี้งอแงกับม๊านิดหน่อย ร้องไห้ขี้แยเลย
ทำลายวันมงคลของม๊า แต่ก็ส่งการ์ดไปให้แล้วคะ
และอวยพรม๊าด้วย

มิสพี่หน่อยนะคะ

เดี้ยวค่อยมาทำงานกับเมยืดีกว่าเน๊าะ
ดูแนวบริษัทอื่นไว้ พัฒนาบริษัทเรา
#2 by dakaza At 2007-08-12 19:00,
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำ"งาน"หรือ"งาน"กันแน่..

เหนื่อยใจเหลือเกิน