2007/Aug/31

มองภาพพี่สาว((ที่แสนจะสนิท)) นั่งเก็บของอยู่ที่โต๊ะทำงาน
พยายามจะไม่มอง พยายามที่จะไม่เดินไปหา
พยายามที่จะไม่คิดอะไรมาก พยายามที่จะไม่ร้องไห้

เลิกงาน รบเร้าพี่แกให้เทรนโปรแกรมที่จะต้องพรีเซนต์พรุ่งนี้ให้
พวกเพื่อนๆๆต่างตั้งใจฟังกัน แต่สำหรับฉันไม่...
มอง... ฉันมองหน้าพี่แกเวลาพูด เวลาที่พี่แกยิ้ม
นึกย้อนถึงเวลาหกเดือนที่ฉันได้เข้ามาอยู่ที่นี้

เวลาหกเดือนมันผ่านไปเร็วเหมือนกันเนอะ
แล้วมันก็เร็วจนใจหาย ที่ฉันเพิ่งรู้ข่าวว่าพี่สาวจะลาออกสิ้นเดือน
เวลาหนึ่งอาทิตย์ไม่ได้ช่วยให้ฉันทำใจได้เลย
ตรงกันข้าม ฉันกลับรู้สึกว่า ทำไมมันกระทันหันขนาดนี้

พี่แกพยายามสอน พยายามให้กำลังใจ
เพื่อที่ฉันจะได้ทำงานต่อได้อย่างมีความสุขกับงาน
ไม่ใช่ฉันไม่อยาก มีความสุขกับงานที่ทำหรอกน่ะ
แต่สิ่งต่างๆที่รับรู้ สิ่งต่างๆที่สัมผัสมันทำให้ฉันรู้สึกแบบนั้นไม่ได้

"ทำงานที่ไหนมันก็เหมือนกันหมดแหละ ต้องเจอปัญหาแบบนี้กันทั้งนั้น"
คำพูดอาจารย์ที่รู้จักกันพูดปลอบใจ สงสัยแกจะกลัวฉันอยู่ไม่ครบปี
มันก็จริงอย่างที่อาจารย์ว่าอ่าน่ะ หากยังอยากที่จะทำงานแบบนี้อยู่
แม้จะไปอยู่ที่ไหน มันก็เจอปัญหาแบบนึ้ด้วยกันทั้งนั้นแหละ
((ก็น่ะ ทั้งออฟฟิต ร้อยละ 98 มีแต่ผู้หญิง แล้วยังอายุไล่เลี่ยกันอีก))

แม้จะพอทำให้มาบ้างอยู่แล้วกับปัญหานี้
แม้จะทำใจให้ยอมรับกับปัญหาและสิ่งที่จะต้องพบเจออยู่บ้าง
แต่มันก็อดที่จะท้อ อดที่จะคิดมากไม่ได้อยู่ดี

"เอาน่า เดียวก็ชินเอง" อาจารย์บอกมาอย่างนั้น
นั้นซิน่ะ เดียวมันก็ชินเองแหละ ((แต่ว่าจะใช้เวลากี่ปีกันน่ะ))
คงต้องให้มันชินเอง เพราะถ้าจะให้มันดีขึ้นคงจะไม่มีทางเป็นไปได้

ย้อนกลับมาพูดถึงเรื่องที่ทำให้ใจหาย
ตอนเย็นเลิกงาน นั่งกินขนมจันกันในห้องครัว
จับเข่าคุยกันกับเพื่อน กับพี่สาวอย่างสนุกสนาน
ตอนที่สนุก คนเรามักจะไม่คิดอะไรมากอยู่แล้วนี่เนอะ

พอตอนจะเดินออกมาส่งพี่สาวที่หน้าออฟฟิต
น้ำตามันมาจากไหนหว่า ร้องไห้ซะงั้น ((น่าอายชะมัด นิภาพร))
แล้วเราก็พากันร้องไห้กันหมด เฮ้อ พี่แกไปแล้วฉันคงทำงานอึดอัดขึ้น
ทุกทีเวลามีปัญหา ก็ได้พี่เขานึ่แหละ ที่คอยช่วยเหลือมาด้วยตลอด

เวลาหกเดือน ทำให้เราสนิทกันได้มากขนาดนี้เหรอ???
เหตุผลลึกๆๆนั้นมันคืออะไรกันน่ะ
เพราะเรามาจากจังหวัดเดียวกัน???
เพราะว่าเราจบมาจากสถากันเดียวกัน???
หรือเพราะว่า เราจริงใจต่อกัน???

ยังไงพี่สาวก็ต้องออกอยู่ดี สิ่งที่ฉันต้องทำต่อไปคือ
ตั้งใจทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด
ปัญหาที่ต้องพบเจอ ฉันคงต้องพึ่งตัวเองแล้วแหละงานนี้
สู้ตาย... สู้ให้มันตายไปเลยดีกว่า เฮ้อ...

ปล.
- พี่ที่ออฟฟิตก็มีที่ท่าว่าจะลาออกอีกสอง
- พี่ลี่ ติดแท็กไว้ก่อนน่ะคะ
- เมย์จ๋า อวยพรแล้วจ๊ะ

Comment

Comment:

Tweet


I admire the time and effort you have made your blog and detailed information on the offer! I am going to bookmark your blog and have my children check here often.
#3 by condos in hyde park (175.110.76.33) At 2012-02-09 20:18,
อ่านจบ กะลังจะเมนท์
เห็นเมนท์แรก ยาว(โคตร)

งั้นสั้นๆพอเนาะ เหอๆ

..

เข้าใจอารมณ์หน่อยเลยนะคะเรื่องนี้
เพราะเพื่อนพี่ก็เจอเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน
คนที่ดีกับเค้า เข้าใจ คอยสอนงาน มามีอันต้องลาออก
ที่เหลืออยู่ ก็เป็นอะไรที่เข้ากันไม่ค่อยได้

เศร้านะ แต่ชีวิตของคนแต่ละคนมีหนทางของเค้า
เรารักใครมากแค่ไหน ก็ผูกเค้าไว้กับเราไม่ได้ตลอดไป
ทุกครั้งที่โบกเรียกรถแท็กซี่ ผมต้องทำใจไว้ก่อนว่า คนขับจะปฏิเสธไม่ไปยังจุดหมายของผม เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนกระทั่งเมื่อแท็กซี่ยอมไป จะแปลกใจยิ่ง

วันหนึ่งคนขับซึ่ง(ยอม)รับผมขึ้นรถบอกว่า "ทำไมคันนั้นไม่รับพี่ ใกล้แค่นี้เอง"

ผมฟังเงียบ ๆ เขาว่า "ผมไม่เคยเลือกงาน ใกล้ไกลไปหมด งานก็คืองาน"

คนอย่างเขามีน้อยลงไปทุกวัน เหมือนพืช-สัตว์ป่าหายากที่กำลังใกล้สูญพันธุ์ ครั้นจะว่าคนขับแท็กซี่บางคันที่เลือกงาน ก็พูดไม่เต็มปาก ดูเหมือนคนทั้งโลกก็เลือกงาน

ทัศนคติต่องานเปลี่ยนไปมากจริง ๆ ตั้งแต่เด็กผมได้รับการสั่งสอนไม่ให้เกี่ยงงานผู้ใหญ่เคยเล่าให้ฟังเสมอว่า คนสมัยก่อนมิใช่แต่ไม่เคยบ่นเรื่องทำงาน แต่ไม่เคยพรั่นงานหนัก

ในนิทานเรื่อง "กบเลือกนาย" ไม่ว่าเทวดาจะส่งเจ้านายมากี่ราย กี่ประเภท พวกกบก็ไม่เอา ลงท้ายเทวดารำคาญ ส่งนกกระสามาจับกบทอดกระเทียมพริกไทยกินหมดทั้งฝูง
กบในยุคใหม่นอกจากจะเลือกนายแล้ว ยังเลือกงาน
เข้างานเช้า - ไม่ชอบ หอบงานกลับ - ไม่ดี จี้งานจัง - ขอเผ่น เล่นก็ว่า - หน้าก็เบ้
เปย์ต่ำ - ไม่สน ฝนตก - ขอลา ประจำเดือนมา - ขอหยุด วันตรุษทำงาน - ขอบาย หายหน้าห้าวันทำบ่น - ขอเซย์โน
โบนัสต่ำ - ล้อเล่นน่า เจ้านายว่า - ลาออก ตอกบัตร - ผิดนิสัย ไม่มีโอที - ไม่โอเค เดย์ทูไนท์ - ไปละกัน วันหยุดน้อย - ข้อยลาก่อน
ฯลฯ

สารพัดเหตุผลที่จะใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ
หลายคนไม่รู้ หรืออาจลืมไปแล้วว่า ของฟรีไม่มีในโลก
ไม่ทำงานก็ไม่ได้เงิน เพราะนี่เป็นโลกที่คุณต้องให้ก่อนรับ
เศรษฐีจำนวนมากให้ลูกหลานเข้าทำงานในบริษัทของตระกูลจากตำแหน่ง ที่ต่ำที่สุด และไต่เต้าขึ้นไป
มีแต่คนที่เคยทำงานเล็กมาก่อน จึงสามารถรู้ซึ้งถึงบทบาทของฟันเฟืองเล็ก ๆ แต่ละชิ้นในองค์กร งานเล็กเป็นรากฐานของงานใหญ่
ใช่ หลายคนไม่รู้ หรืออาจลืมไปแล้วว่า ของฟรีไม่มีในโลก
เลือกงานวันนี้ ก็คงได้เลือกงานไปตลอดทั้งชีวิต
ไม่ใช่เลือกมาก เกี่ยงงานมาก แล้วเทวดาจะโมโห ส่งนกกระสามาลงโทษ
แต่ประสบการณ์หยิบหย่งไม่นับเป็นประสบการณ์ชีวิต

กบเลือกงาน : วินทร์ เลียววาริณ

เป็นกำลังใจให้ครับ
#1 by จิปาถะ At 2007-08-31 23:37,